ความรู้เรื่องสังคมออนไลน์ผ่านครู


แบนเนอร์นุ้ย1-760x227
การอบรมของสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน เมื่อปี พ.ศ.2553 ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับครูนุ้ย ขนิษฐา วทัญญู โรงเรียนเมืองใหม่ (ชะลอราษฎร์รังสฤษฏ์) จังหวัดลพบุรี ให้ลุกขึ้นมาปรับห้องเรียนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นร้านสะดวกซื้อ

“Social media นั้นเป็นสื่อที่อิทธิพลอย่างมากในการดำเนินชีวิต เด็กและ เยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถแชร์และค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ง่ายและรวดเร็ว เมื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการจัดการเรียนรู้ได้ ย่อมทำให้การจัดการเรียนรู้ไม่ถูกปิดกันแค่ในห้องเรียนเท่านั้น เราสามารถทำให้ห้องเรียนของเรากลายไปห้องเรียนเป็นร้านสะดวกซื้อ  นักเรียนเข้าไปช๊อปปิ้งความรู้ได้ง่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังวิธีการหาความรู้ให้นักเรียนในยุคที่ความรู้ อยู่ในบนโลกออนไลน์” ครูนุ้ยกล่าว

ครูนุ้ยจะใช้บล็อกในการเรียนการสอน วาดภาพ , word , PowerPoint, กราฟฟิก  กล่าวคือ ใช้เป็นสื่อเสริม จากจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนปกติ บางคนสามารถเรียนรู้มาล่วงหน้า หรือกลับไปฝึกทบทวนภายหลังได้ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายแนวคิด ไปเป็นการแบ่งปันสื่อต่างๆ ผ่าน Social Media ไปยังเพื่อนครูทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด  “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ สิ่งที่เรารู้ อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ไม่รู้” ครูนุ้ยกล่าวเสริม

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ห้องเรียนของครูนุ้ยไม่น่าเบื่อ นักเรียนเรียนรู้อย่างสนุกสนาน กระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น นักเรียนสามารถค้นหาความรู้และฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง ในการใช้โปรแกรมหรือเรื่องราวที่ตนสนใจ หลังจากนั้นจึงนำมาแนะนำให้เพื่อนๆ นักเรียนรู้สึกภูมิใจ รู้สึกเป็น Hero ของเพื่อนๆ

เมื่อถามถึงแนวทางในการพัฒนาต่อยอด ครูนุ้ยกล่าวว่า “ตั้งใจจะเพิ่มสื่อเพื่อการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ ให้หลากหลายยิ่งขึ้น และเปิดช่องทางการสื่อสารบน Facebook เป็นห้องแนะแนวสำหรับนักเรียน ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนด้วย”

ผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยี ทำให้ครูนุ้ยได้รับรางวัล เว็บไซต์ที่มีสื่อการสอนรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ (Web Media) และรางวัล Thailand Social Media Awards 2013 ระดับประเทศ  ประเภทยอดเยี่ยม

“การศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้น ครูต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ การบอกและหาทุกสิ่งทุกอย่างมาป้อนให้นักเรียน นั้นคงเป็นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะความรู้ในโลกใบนี้นั้นมีมากมาย สิ่งที่ครูควรสอน คือ นักเรียนจะไปหาความรู้ที่ถูกต้อง ได้จากที่ไหน อย่างไร ครูจึงต้องสอนวิธีหาความรู้ และรู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่มีมากมายให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่ต้องฝึกและปลูกฝังให้เกิดกับนักเรียนของเรา” ครูนุ้ยกล่าว

เรื่องโดย วรวิทย์  ไชยวงศ์คต

แบนเนอร์นิ1-760x227
โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ระบบอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง อาจเป็นอุปสรรคในการจัดการเรียนรู้ แต่ครูนิ สุรีรัตน์ จุติกรี ครูโรงเรียนบ้านหลุมข้าว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 (ขณะนั้นสอนอยู่โรงเรียนบ้านไทรงาม อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา) ได้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ดาวน์โหลดวีดีโอการสอนภาษาอังกฤษโดยเจ้าของภาษา จากเว็บไซต์ Youtube.com เพื่อเก็บเอามาให้เด็กๆ ดู

ครูนิกล่าวว่า “จากวิชาที่ยากและน่าเบื่อสำหรับเด็ก กลับกลายเป็นวิชาที่สนุก เด็กอยากเต้น อยากร้องเพลงตามวิดีโอใน youtube อยากทำตามเพื่อน ๆ ในอินเตอร์เน็ตที่ครูเปิดให้ดู และอยากแชร์ให้คนทั่วไปได้รู้ว่าพวกเขาทำอะไรบ้างในแต่ละวัน”

เมื่อถามถึงความสามารถด้านไอซีที ครูนิกล่าวว่า เธอมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ระดับพิมพ์งานได้ ส่งงานผ่านอีเมล์เป็นเท่านั้น จึงใช้ความสามารถที่มีอยู่ บวกกับการศึกษาความต้องการของนักเรียนจัดทำเป็นแบบฝึก ใบงานเอาไว้สอนเด็กๆ

“ไหน ๆ ครูก็ต้องทำแบบฝึก เตรียมใบงานมาใช้สอนเด็ก ๆ อยู่แล้ว จะเก็บไว้ใช้สอนเฉพาะนักเรียนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ก็น่าเสียดาย จึงมีความคิดว่า ถ้าจะเอาสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ไปแบ่งปันให้คนอื่นได้ใช้บ้างก็น่าจะเป็น ประโยชน์มากกว่า โดยใช้หลักการง่าย ๆ คือ เราสอนอย่างไร ก็เผยแพร่ไปอย่างนั้น” ครูนิกล่าว

นี่จึงเป็นที่มาของเว็บไซต์ knowin.wordpress.com [Little English with Kru_Ni] บล็อกเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากการแบ่งปัน ปัจจุบันมียอดวิวเกินกว่า 2 ล้านวิว และมีผู้เข้าชมมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ไม่เพียงแต่คุณครูที่ให้ความสนใจ ผู้ปกครองอีกมากมายต่างก็ได้นำสิ่งที่ครูนิได้แบ่งปันไว้ในบล็อก ไปปรับใช้กับลูกหลานของตนเอง การันตรีได้จากรางวัล “Thailand Social Media Award 2013” ระดับประถมศึกษาตอนต้น

แม้ปัจจุบันจะไม่ได้สอนเด็กเล็ก ๆ ระดับประถมศึกษาแล้ว ครูนิก็ยังจะนำสื่อสังคมออนไลน์ ไปปรับใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนบ้านหลุมข้าว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 เช่นเดิม

“สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทกับชีวิตประจำวันค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และนักเรียนสามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ง่าย หากจะนำส่วนดีมาใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุด … ขอขอบคุณโครงการดี ๆ ของ สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ที่ทำให้ครูตัวน้อย ๆ จากโรงเรียนบ้านห่างทางไกล ได้มีโอกาสเจอโลกที่กว้างขึ้น” ครูนิกล่าวทิ้งท้าย

เรื่องโดย วรวิทย์  ไชยวงศ์คต (http://teemtaro.wordpress.com)
แบนเนอร์แบงก์-760x227

วิชาภาษาไทย เป็นวิชาที่ดูเหมือนจะห่างไกลจากการใช้สื่อออนไลน์เป็นอย่างมาก แต่คุณครูปิยะฤกษ์   บุญโกศล  ซึ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการก้าวใหม่ของครูไทย ก้าวไกลด้วย Social Media เมื่อปี พ.ศ. 2554 ซึ่งจัดโดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. และได้นำความรู้จากการอบรมการสร้างบล็อกมาประยุกต์กับวิชาภาษาไทย เพื่อใช้จัดการเรียนรู้ได้อย่างกลมกลืน

“วิชาภาษาไทยเป็นศาสตร์ที่นักเรียนไทยต้องรู้   ซึ่งต้องรู้ให้กว้าง  รู้ให้จริง  และต้องมีความสุขกับการเรียนรู้  ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียน  ดังนั้นครูจึงต้องนำศาสตร์ภาษาไทยเข้าสู่สื่อออนไลน์โดยเฉพาะการสอน ผ่านบล็อกอีกทางหนึ่ง” ครูปิยะฤกษ์กล่าว

ที่โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร ครูปิยะฤกษ์ได้นำเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)  มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทยทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้เวลาที่เหลือหลังจากเลิกเรียนหรือเมื่ออยู่ที่ บ้านได้ศึกษาหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่ครูสร้างขึ้นนับตั้งแต่ปี การศึกษา ๒๕๕๔-๒๕๕๖  ซึ่งมีสาระหรือเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ สอดคล้องตามมาตรฐานการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช ๒๕๕๑  ประกอบด้วยสารการอ่าน  การเขียน  การฟัง การดูและการพูด   หลักการใช้ภาษาไทย  วรรณคดีและวรรณกรรม  ผนวกกับสื่อสังคมออนไลน์ที่นักเรียนใช้เป็นประจำ  อาทิ  เฟสบุ๊ก  (Facebook)   ทวิตเตอร์ (Twitter)  สไลด์แชร์ (SlideShare)   เป็นต้น

เมื่อสอบถามถึงผลตอบรับจากนักเรียน ครูปิยะฤกษ์กล่าว่า “นักเรียนมีความสนใจเรียนในบล็อกตามอัธยาศัย  ทำให้นักเรียนได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น  และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับครูผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เมื่อมีข้อสงสัยในการ เรียนรู้”

ครูปิยะฤกษ์มีความตั้งใจที่จะสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมให้นักเรียนได้ เข้าไปศึกษาหาความรู้จากสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากผลการสร้างสรรค์องค์ความรู้ผ่านบล็อกของครูปิยะฤกษ์ได้รับ การคัดเลือก ให้ได้รับรางวัล  ประเภทยอดเยี่ยม   “Thailand Social Media Award 2013”   ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น http://krupiyarerk.wordpress.com  “เรียนภาษาไทยน่ารู้กับครูปิยะฤกษ์” จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรางวัล รางวัลชนะเลิศ  “Thailand Blog Awards 2013”  ปีที่ ๔  สาขา  Education Blog   จาก  บริษัทเนชั่น  บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น  จำกัด (มหาชน)

“การศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ นั้น  ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งมีบทบาทสำคัญในการ จัดการศึกษาทุกระดับและเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนา คนและยกระดับในการพัฒนาประเทศ  ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการเรียนการสอนเป็นเรื่องที่มี ความสำคัญอย่างมากต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในการพัฒนาการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพ” ครูปิยะฤกษ์กล่าว

เรื่อง โดย วรวิทย์  ไชยวงศ์คต (http://teemtaro.wordpress.com)

Posted on มีนาคม 9, 2014, in Uncategorized. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: